สวัสดีค่ะและในวันนี้เราจะมา รีวิวหนัง Snow White and the Huntsman (2012) สโนว์ไวท์พรานป่าในศึกมหัศจรรย์ เป็นการพาทุกคนย้อนกลับไปให้ชวนนึกถึงผลงานหนังเรื่องดังเดิมออกฉายที่โรงหนังเมืองไทย

ในวันนี้ได้ว่ามาขยี้ปฐมบทตำนานเทพนิยายฉบับใหม่ของเจ้าหญิงสุดสวย สโนว์ไวท์ ในแบบอย่างที่ไม่เหมือนกันออกไปอย่างสิ้นเชิงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เป็นการตีความหมายใหม่จากนิทานที่ทุกคนรู้จักกันดี ที่ทำออกได้แยบยลบนเบื้องต้นพล็อตเรื่องเดิม แล้วก็ยังเว่อวังกว่าฉบับไหนๆ

ภาพยนตร์เล่าราวของ สโนไวท์ สาวน้อยที่กระจกวิเศษพูดว่าเธอสวยกว่า ราชินีที่ความชั่วร้าย ด้วยเหตุดังกล่าวการตามล่าทำลาย เจ้าหญิงสโนไวท์ ก็เลยเกิดขึ้น ภายหลังจากโดนยึดเมืองไป สโนไวท์ ก็ได้เจอกับ พรานป่า ที่ได้รับคำบัญชาให้มาฆ่าคุณ

แต่ว่าเขากลับมาฝึกหัดให้คุณต่อสู้เพื่อทวงบัลลังก์กลับ ส่วนของพระราชโอรสชายหนุ่มรูปงามผู้หลงเสน่ห์ในความสวยงาม แล้วก็ความสามารถของ สโนไวท์ ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนที่อยากรู้ว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นแบบไหนมาติดตามรับชมการแนะนำหนังไปพร้อมๆกันในบทความนี้ได้เลยนะคะ ช่องทางการรับชม ดูหนังฟรีออนไลน์

รีวิวหนัง Snow White and the Huntsman (2012) สโนว์ไวท์ & พรานป่า ในศึกมหัศจรรย์ หนังแอ็คชั่นแฟนตาซีอลังการ

รีวิวหนังแฟนตาซี จุดเริ่มต้นการเป็นพรานป่าสุดหล่อของเราที่นำแสดงโดย คริส เฮมสวอร์ธ ประกบคู่กับ พรานป่าสาวอย่าง เจสสิกา แชสเทน โดยในภาคนี้นั้นได้มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับ

โดยจะใช้ เซดริก นิโคลัส-โทรยัน ที่เคยเป็นผู้กำกับคนที่สอง ของ Snow White and the Huntsman มารับหน้าที่กำกับแทนผู้กำกับคนก่อนหน้า แล้วยังเป็นการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาอีกด้วย

หนังเล่าถึงเรื่องราวของการถูกหักหลังโดยคนรักและการสูญเสียลูกสาววัยแบเบาะราชินีน้ำแข็ง Freya (เอมิลี บลันต์ จาก Sicario, Edge of Tomorrow, Into the Woods) จึงแยกตัวจาก Queen Ravenna (ชาร์ลีซ เทรัน  จาก Mad Max: Fury Road, Snow White and the Huntsman) ผู้ซึ่งเป็นพี่สาว เพื่อไปสร้างอาณาจักรของตัวเองในดินแดนทางเหนือ

พร้อมสร้างกองทัพพรานขึ้นมา ที่นำทีมโดย Eric (คริส เฮมสวอร์ธ จาก Thor, The Avengers) กับ Sara (เจสสิกา แชสเทน จาก Zero Dark Thirty, The Help, The Martian) แต่ทั้งคู่ได้ทำผิดกฏเหล็กของอาณาจักรนั้นก็คือ ห้ามทุกคนมีความรัก เขาทั้งสองคนจึงโดน Freya ลงโทษ

เรื่องย่อ Snow White and the Huntsman (2012) สโนว์ไวท์ & พรานป่า ในศึกมหัศจรรย์

เรื่องราวของหนังว่าด้วย สโนว์ไวท์ ธิดาของราชาและราชินี ที่มีใบหน้างดงามและผิวขาวราวดั่งหิมะ ที่อยู่มาวันหนึ่งราชินีได้สิ้นพระชนม ราชาก็เสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังต้องออกไปสู้รบจนไปเจอกันหญิงสาวนางหนึ่งนามว่า เรเวนนา ที่ทำให้ราชามีความสุขได้อีกครั้ง

ราชาจึงแต่งตั้งเธอให้เป็นราชินีองค์ใหม่ จนเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ราชาถูกฆ่า ราชินีองค์ใหม่ขึ้นครองแทน แล้วจับ สโนว์ไวท์ ขังไว้ที่หอคอย เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี

สโนว์ไวท์ได้โตขึ้นและหนีออกจากปราสาท เพื่อที่จะไปตามหากองทัพของพระราชา (บิดาของเธอ) เธอได้เข้าไปในป่าไพรมืดและได้เจอกับพรานป่าที่ตอนแรกจะมาจับตัวเธอกลายเป็นต้องช่วยเธอซะอย่างนั้น

ทำให้สโนว์ไวท์จำเป็นต้องหนีจากการถูกควักหัวใจจากแม่มด รวมทั้งมีคุณเพียงผู้เดียวซึ่งสามารถฆ่าแม่มดได้ ภายหลังที่สโนว์ไวท์พบกองทัพของพระพ่อ

สโนว์ไวท์คุณนำกองทัพเพื่อไปสู้กับแม่มด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่า คุณจะเป็นคนฆ่าแม่มดด้วยมือของคุณเอง กระทั่งท้ายที่สุดแม่มดก็พ้ายแพ้สำหรับการต่อสู้ แล้วก็แก่ตายไปท้ายที่สุด

Mirror Mirror ใครสวยที่สุดในปัฐพี

บทสุดสร้างสรรค์ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ได้รับแรงผลักดันจากนิยายเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ โจ รอธ ผู้อำนวยการผลิตหนังเรื่อง อลิซในแดนมหัศจรรย์

หรือ ALICE IN WONDERLAND กำกับโดย รูเพิร์ต แซนเดอร์ส ผู้กำกับแบบใหม่ที่ผ่านงานดูแลโปรโมทแล้วก็งานดูแลศิลปที่เอารางวัลมาล้นหลามแล้ว บอกเลยว่าบันเทิงใจมากมาย ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพและก็เสียงตลอดทั้งเรื่องอย่างยิ่งจริงๆ

เสื้อผ้าหน้าผม ฉากต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ ทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว ได้กลิ่นอายของความเป็นป่า และปราสาท

ถือเป็นหนังที่สร้างจากนิทานที่ประสบความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เป็นหนังที่มีภาพสวย มุมกล้องสวย แต่ด้วยความยาวของหนังเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้มีบางช่วงที่อืดนิดๆ แต่ก็สามารถดูได้เพลินๆ เลย บางคนอาจจะไม่รู้สึกด้วยซ้ำ

ความน่าสนใจของภาพยนตร์

หนังฉบับนี้จับเอาลีลาท่าทางตั้งใจจริงมาบอกกล่าวนะ ตัวนำเป็นสโนว์ไวท์ (Kristen Stewart) เจ้าหญิงผู้งดงามแล้วก็หาญกล้าที่โดนราเวนนา (Charlize Theron)

แม่เลี้ยงอสุรกายใจดำหมายมั่นว่าจำเป็นต้องกำจัดคุณไปให้ได้ เพื่อที่คุณจะได้ครอบครองอาณาจักรแล้วก็เป็นผู้สวยอันดับแรกๆในแผ่นดิน

เพื่อแผนเสร็จราเวนที่นาเลยจ้ะงให้พรานผู้หนึ่ง (Chris Hemsworth) พานางไปฆ่าในป่า แม้กระนั้นสุดท้ายคนดีสรวงสวรรค์ย่อมป้องกัน ทำให้สโนว์ไวท์รอดพ้นจากภัย

แล้วในเวลาถัดมาคุณก็ได้ร่วมมือกับคนล่าสัตว์รวมทั้งคนแคระแกร็นอีกทั้ง 7 สำหรับในการต่อสู้เพื่อชิงอาณาจักรที่จะต้องเป็นของคุณกลับมาให้ต้องได้

ถ้าหากดูแบบเอาการราวสโนว์ไวท์เป็นตัวขึ้นต้นก็อาจจะบอกได้ว่าการเอาสโนว์ไวท์มาจับกระบี่ออกศึก สยบราชินีใจจืดใจดำถือว่าเป็นการแปลความที่ใหม่อยู่

แม้กระนั้นถ้าหากมองดูตรงข้ามมองที่สไตล์และจากนั้นก็พบว่านี่ก็คือหนังรัชทายาทกู้บัลลังก์สยบทรราชย์แบบที่พวกเราแสนจะรู้จัก อย่าง Robin Hood ฉบับ Ridley Scott (ที่กล่าวว่ารีอิมเมจินใหม่) ก็เอาพล็อตราวนี้ไปใช้เช่นกัน

รีวิวหนัง Snow White and the Huntsman (2012) สโนว์ไวท์ & พรานป่า ในศึกมหัศจรรย์ จุดเด่นและจุดด้อยหนัง

โดยเหตุนี้พอดูๆไป Snow White ฉบับนี้ก็เลยมิได้มีอะไรแปลกใหม่ สิ่งที่จำเป็นต้องมองประการถัดมาก็คือหนังทำออกมาได้ลื่นไหลรื้นเริงมากแค่ไหน

ก็อาจจะจำเป็นต้องกล่าวว่าหนังมองได้เรื่อยมีทุกๆอย่างครบจากที่หนังแนวนี้จะต้องมี ไม่ว่าจะผู้แสดงนำที่โดนแกล้งเกือบตาย แต่ว่าในที่สุดก็สู้หัวชนกำแพง, เพื่อนฝูงตัวนำที่พร้อมรบใกล้เคียง ถึงแม้ตายก็ไม่หวาดหวั่น, ตัวร้ายที่ไม่เคยนึกถึงข้อผิดพลาดถูกใจเลวทรามดี

มัวแต่เห็นแก่ตัวเป็นหลัก, การเสียสละของนักแสดงสำคัญ, ความชั่วร้ายของตัวร้ายที่ชอบเอาชีวิตประชาชนตาดำ ชนิดไปเผาบ้านเผาเมืองให้เขาไม่มีที่ซุกหัวนอน, ผลสรุปที่จบลงด้วยความปราชัยของตัวร้าย… เนี่ย มาโดยประมาณนี้ครบถ้วนกันไปเลย

แต่ว่าถึงมีครบก็จริงนะ แต่สาระสำคัญถัดมาที่ลืมมิได้เป็นการใส่ลูกเล่นลงไปให้หนังน่าติดตาม หรือไม่ก็เพิ่มรสตื่นเต้น ปรุงให้มันถึงขีดสักนิดสักหน่อย ด้วยเหตุว่ายิ่งทำออกมาลุ้นเหมือนจริง

ได้เยอะแค่ไหนก็จะสามารถเรียกอารมณ์ร่วมของผู้ชมออกมาลุ้นด้วยมากมายเพียงแค่นั้น… ซึ่งกับหนังหัวข้อนี้ พลังความลุ้นยังไม่มากมายขนาดนั้นนะ ลูกเล่นก็ยังไม่เด่นสะดุดตา ว่านอนสอนง่ายๆก็คือความเพลิดเพลินยังน้อยไปหน่อยนั่นเอง

ข้อด้อยสำคัญของฉบับนี้เป็นตัวบทที่ยังไม่เข้มข้นเท่าโทนหนัง จริงๆในเรื่องของฉาก โทนหนัง บรรยากาศนี่เข้ม มาปะทุใช้ได้ (ไม่เน้นย้ำจินตนาการ แม้กระนั้นเน้นย้ำเหมือนจริง) แม้กระนั้นด้านความมั่นคงของบทกลับไม่มากมาย

หลายแบบดูแคลนเกินความจำเป็น กระทั่งพูดได้ว่าน้องไวท์ฉบับนี้กับฉบับภารตะก่อนหน้ามีความค่อยของบทในระดับที่ไม่ปรารถนาจะแตกต่างสักเยอะแค่ไหน

สิ่งจำเป็นที่ช่วยหนังไว้จำต้องชูให้การแสดงของเหล่าศิลปินที่เพียรพยายามแงะความสามารถกันเต็มกำลัง เริ่มจาก Theron ที่คลุ้มคลั่งโหดเหี้ยมได้น่าสยองดี แววตานี่โหดร้ายทารุณโหดร้ายเป็นประจำ ส่วนน้องเบลล่า Stewart ก็ยังคงเป็นน้องเบลล่า

แม้กระนั้นกลับไปกลับมาผู้ที่ ผู้เขียนยกนิ้วให้ก็คือ Hemsworth ที่แสดงหนังได้ดีขึ้น อาการตอนงงงันหรือหวังดีบุคคลอื่นนี่ทำเป็นดีเลยล่ะ ด้วยเหตุนั้นเรื่องคนแสดงนี่แทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงเลย ด้วยเหตุว่ามีความพอดีในระดับหนึ่ง

บทสรุปภาพยนตร์โดยรวม

โดยรวมๆ หนังจึงมีองค์ประกอบที่ดีอยู่ไม่น้อย อย่างงาน Effect นี่วางใจได้ ดาราก็น่าสนใจ แต่มาเบาตรงบทนี่เอง และยังเบาตรงลูกเล่นความสนุกด้วย

ถ้าพูดถึงระดับงานสร้างนั้น จะต้องสารภาพ ว่าทำเป็นยิ่งใหญ่วิจิตรตระการตา หลายฉากงาม ซีจีก็เนียนตา มองว่าลงทุนไว้สูงเอาการอยู่ แต่ถ้าว่าทั้งปวงเป็นเพียงแต่ส่วนเดียวที่พวกเราจับแบบเป็นๆความตรึงใจได้ ถ้าหากแม้กระนั้นเมื่อนั่งมองจนกระทั่งสิ้นเรื่อง กลับถือไม่เจอแง่เด่นประเด็นโดนอะไรจากเรื่องนี้

ในช่วงเวลาที่การเดินเรื่องก็ไม่มีอะไรมากมายไปกว่า การเดินไปเรื่อยเพื่อจะไปสู่ตอนสุดท้าย ผู้ที่อาจส่งผลให้ประเด็นนี้มีชีวิตชีวาก็คือจะเป็นราชินีผู้เฝ้าใฝ่หาแม้กระนั้นความสวยงาม

นอกเหนือจากนั้น แทบจะไม่มีผู้แสดงใดละลานตา เว้นเสียแต่ไปความสวยสดงดงามสะกดใจของสโนว์ไวท์ นางเอกผู้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ถ้าเกิดแต่ว่าความก้าวหน้าของคุณช่างมองพิลึกจนกระทั่งขาดความเชื่อได้ไปหน่อยนึง

ติดตามรีวิวหนังเรื่องอื่นๆได้ที่ รีวิว Lonely Castle in the Mirror หมาป่าโดดเดี่ยว ปราสาทเดียวดาย ในกระจก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *